"แอนชิลี" เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

"แอนชิลี" เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

"แอนชิลี" เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Kim’s Mirror เปิดหมดเปลือก มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ผู้ปลุกกระแส Real size beauty “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” เล่าชีวิตหลังเวทีนางงาม เจอแรงกดดันจนต้องบำบัด เผยประสบการณ์ถูกกดดันจากบรรทัดฐานความงามในสังคมไทย ทำให้เคยหลงทางไปกับการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี ก่อนจะค่อย ๆ ปรับสมดุลใหม่ ดูแลสุขภาพจิต พร้อมนิยาม Beauty Longevity ในแบบของตัวเองว่าไม่ใช่การตามกระแส แต่คือความสม่ำเสมอและการยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น

เตรียมตัวไปแข่ง HYROX ยังไงบ้าง ?

แอนชิลี : เทรนหนักมาก ทุกวันแต่จะพัก 2 วัน แต่ว่าคือเทรนในด้าน performance ด้านที่เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร แล้วก็ทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าการฝึกนั้นจะช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น เราก็จะทำมัน คิดว่าอยากท้าทายตัวเอง อยากพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นมาก ๆ ว่าเราทำเรื่องที่ยาก ๆ ได้ ครั้งแรกคือไม่ได้เทรน ทำไปเลย ครั้งแรกนะ จบมันใน 2 ชั่วโมง คือ 2 ชั่วโมงมันก็นานแต่ว่าเราทำเสร็จ แล้วมันก็รู้สึกดีมาก ๆ ที่ทำมันได้ ถ้าอย่างนั้นลองใหม่ดีกว่าว่าครั้งต่อไปจะเร็วขึ้นไหม ก็ไม่ได้เร็วขึ้นมากแต่มันเริ่มเห็นผล ก็เลยมาดูว่าจะเป็นไปต่อยังไง แล้วเทรน HYROX ก็มากรุงเทพฯ เราก็ลองดู คิดว่ามันทำให้ตัวเราดีขึ้น ความสม่ำเสมอที่ต้องทำ ความมีวินัย การเชื่อตัวเองมากขึ้น มันคือจุดเริ่มต้นในการที่อยากทำให้มันดียิ่งขึ้น

เคยเป็นนักกีฬามาก่อน ?

แอนชิลี : ใช่ค่ะ ก็คือความจริงโตมากับการเล่นวอลเลย์บอล เล่นมาตั้งแต่อายุ 12 แอนหยุดเล่นตอนกลับประเทศไทย ช่วงโควิดก็เล่นมา 10 กว่าปี ความฝันคือการเล่นวอลเลย์บอล แล้วความจริงได้รับทุนเพื่อที่จะไปเล่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ถูกพ่อส่งไปออสเตรเลียแทน พื้นฐานของแอนก็คือกีฬา ซึ่งมันก็เข้าใจได้นะว่าทำไมทุกวันนี้ถึงกำลังซ้อม HYROX ก็เพราะว่ามันทำให้แอนนึกถึงเวลานั้นที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำเรื่องที่ยาก ๆ ได้

การซ้อมกับการแข่งต่างกันยังไง ?

แอนชิลี : คิดว่าซ้อมมันต้องหนักกว่า เพื่อจะได้ไปแข่งแล้วมันรอด เราซ้อมก็คือจะซ้อมแบบเน้น performance จริง ๆ ไม่ได้เน้นแบบอยากปั้นตรงนี้อยากปั้นตรงนู้น คือการเคลื่อนไหวที่เราจะทำให้เรารู้ เหมือน hyrox หรือ box jumps ก็รู้ว่าเราจะกระโดดได้สูงขึ้น หรือว่า thrusters ที่รู้ว่ามันจะทำให้แขนเรามันไป ร่างกายมันไป คือมันโฟกัสตรงนี้มากขึ้น

มีบางอย่างที่ทำมาก่อนจะเป็นเทรนด์ก็คือวิ่ง ?

แอนชิลี : คือมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อทุกคนจากประสบการณ์ของแอน แม้ว่าเราจะเล่นกีฬาอะไรหรือว่าเราแค่อยากดูแลสุขภาพ คือหนูทำความเข้าใจมานานมากแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญ ก็เลยเวลาเห็นมันมาเป็นกระแสมีความสุขนะ รู้สึกว่าคนหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นจริง ๆ ถึงจะเป็นกระแสก็ตามแต่อย่างน้อยคนมาทำ แล้วมันเป็น beauty trend ที่รู้สึกว่าคนอาจจะทำเพื่อมันดูดีหรืออะไรก็ตาม แต่ในที่สุดแล้วมันมีประโยชน์ต่อเขามาก ๆ เลย มีความสุขที่ได้เห็นอะไรอย่างนี้

เส้นทางของการเป็นนางงามเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก ๆ เลยหรือเปล่า ?

แอนชิลี : ความฝันที่เป็นนางงามมาจากคุณยายตั้งแต่เด็ก ๆ เขาจะเดินเอาหนูไปในหมู่บ้านตำบลที่ฉะเชิงเทราแล้วก็บอกว่าตอนโตหลานจะเป็นนางงามนะ แล้วหนูคิดว่าเป็นลูกครึ่งด้วย คนก็จะบอกว่าไปประกวดสิ หรือว่าเป็นดาราสิ หรือเป็นนางแบบสิ มันก็เลยถูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า โอเค อาจจะไปประกวดนะ แต่ว่าหุ่นหนูไม่เคยได้ เพราะว่าโครงสร้างใหญ่ โครงสร้างฝรั่ง มันก็เลยเป็นสิ่งที่ยากกว่าสำหรับตัวหนูเอง แล้วหนูก็เข้าใจผู้หญิงหลายคนที่ได้โครงฝรั่งมา ก็เลยไปลองเล่นกีฬาดู แล้วพอไปเล่นกีฬา โครงหนูกลายเป็นได้เปรียบกว่าคนอื่นแล้วความสูงมันก็ได้เปรียบไปหมดเลย ถ้าอย่างนั้นโฟกัสไปตรงนี้คุณกลายเป็นแบบ นี่แหละคือสิ่งที่เราอยากทำ นี่คือทางของเรา มันก็เลยมาโฟกัสตรงกีฬาจนกว่าไปเรียนที่ออสเตรเลีย ไม่มีใครมาพูดถึงรูปร่างเลย ฝรั่งเขาไม่มอง เขาไม่แคร์ แล้วรู้สึกว่าหายใจได้ ไม่ต้องมาถูกวิจารณ์ แล้วก็กลับมาไทยช่วงโควิด แล้วก็โดนใหม่ คุณสวยนะแต่คุณก็อ้วนนิดหนึ่งนะ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วย แล้วกลับมาคิดถึงคุณยายด้วย ก็เลยลองประกวด Miss Universe Thailand ดู มาดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าจะไปจะไปด้วยจุดประสงค์ เพราะว่าไม่อยากให้เด็กผู้หญิงหรือไม่อยากให้ใครมองทีวีแล้วไม่เห็นตัวเองในคนนั้น พวกเขามีตัวตนให้เห็นน้อยมาก ก็เลยบอกว่าถ้าจะไปจะไปเรื่องแคมเปญนี้ เรื่อง Real Size Beauty ที่หนูสร้างมา มันมาเพราะว่าเราอยากเป็นกระบอกเสียงให้เรื่องนี้ แล้วเวทีนางงามมันคือเวทีที่สามารถเป็นกระบอกเสียงนั้นได้ บวกกับความฝันคุณยายที่อยากให้หลานสาวได้ทำก็เลยลองไปดู

ที่ไทยมีมาตรฐานที่ไม่เหมือนกัน ?

แอนชิลี : แต่หนูเข้าใจนะเพราะว่าคนไทยโดยธรรมชาติโครงจะเล็กกว่าอยู่แล้ว เราเองก็ต้องปรับต้องเข้าใจว่ามันแค่ไม่ใช่เรื่องปกติ ผู้หญิงทุกคนแค่ต้องการได้การยอมรับ

ตอนที่ตัดสินใจประกวดต้องดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมไหม ?

แอนชิลี : ดูค่ะแต่ว่าดูแลแบบผิด มันกลายเป็นว่าเรารู้ว่าเราตัวใหญ่กว่า แต่เราต้องเป็นตัวใหญ่กว่าที่คนยังสามารถยอมรับได้ ก็แปลว่ายังไงมันก็ต้องลด แล้วมันไปในทางที่ไม่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ คือออกกำลังกายแต่ออกกำลังกายเพื่อทำโทษตัวเอง เพราะว่าเรากินเยอะไป หรือว่าจะเลือกที่จะไม่กินเลย ยิ่งโตมายิ่งเข้าใจว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นนะ มันไม่ควรเป็นอย่างนั้นนะ โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าคุณตัวเล็กไปหรือว่าไม่ได้มีไขมันสะสมอยู่ในบางจุด มันมีผลกระทบต่อร่างกายเราจริง ๆ การเตรียมตัวมันก็ต้องออกกำลังกายแล้วทำความเข้าใจกับสิ่งนี้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็สะสมไขมันคนละจุด เวลาเรามองทีวีแล้วเราเห็นคนนี้สวยมากเลย ทำไมเขาไม่มีตรงนี้ ๆ แล้วเรามี ทำไมมันไม่ไป มันก็ต้องเรียนรู้ใหม่ และต้องเลิกความเคยชินเดิม ๆ อีกเยอะ

ชีวิตเปลี่ยนไปหลังจากที่แบบประกวดเสร็จ ?

แอนชิลี : เปลี่ยนนะ มันทำให้เข้มแข็งขึ้น บางทีก็จะดูเพี้ยน ๆ หน่อย มันทำให้เราโต เวลาเราเข้ามาในจุดสาธารณะแล้วมันต้องเจออะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อน มันไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากเราต้องโตขึ้น เราต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น เราต้องเก่งขึ้น เมื่อคุณไม่มีทางเลือกคุณก็ต้องทำมัน

ชอบชีวิตตัวเองในเวอร์ชันไหนมากที่สุด ?

แอนชิลี : แอนอายุ 27 ปีนี้ โตพอแล้วที่จะพอเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น พอรู้ว่าเราชอบอะไรเราไม่ชอบอะไร เราผ่านอะไรมาเยอะมากสำหรับคนในวัยนี้ มันประเมินค่าไม่ได้เลย คุณมีวุฒิภาวะเหมือนคนที่โตกว่านิดหนึ่งเลยนะ ตอนนี้คุณก็พอรู้ตัวตนคุณแล้ว แล้วก็ยิ่งเทรนด์ฟิตเนสเข้ามาสุขภาพเข้ามา แต่ทุกคนดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงสุขภาพจิตด้วย ภูมิใจมากกับสิ่งที่เป็นทุกวันนี้ ตลอดเรื่องราวที่ผ่านมา

แอนมีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าไม่กล้าที่จะปฏิเสธไหม ?

แอนชิลี : ปัญหาที่แอนมีมาตลอดคือความเห็นอกเห็นใจที่มากเกินไป จนมันทำร้ายตัวเอง สมมติมีคนเจออะไรแย่ ๆ แล้วมาบอกหนู หนูจะรู้สึกความรู้สึกนั้นเลย อันนี้กำลังฝึกอยู่เพราะว่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่คนที่เรารักสุขภาพจิตแย่ แล้วแอนดึงตัวเองเข้าไปในจุดนั้น แล้วมันยังหาเส้นแบ่งไม่ค่อยเก่ง

เราควรจะตามกระแสหรือว่าเราควรจะมีความเป็นตัวเอง ?

แอนชิลี : แอนเลือกความเป็นเอกลักษณ์ หนูคิดว่าเทรนด์มันก็สนุก มันก็ต้องยอมรับว่าบางทีเราก็อยากลองเล่น เราอยากลองทำ เข้าใจ แต่ในที่สุดจากทุกอย่างที่หนูได้ผ่านมารู้สึกว่าถ้าเราหาอะไรที่มันเป็นของเราและเหมาะกับเรา ยึดสิ่งนั้นไว้ เพราะความต่อเนื่องจะชนะทุกอย่าง มันไม่มีทางลัด โลกนี้หนูรู้สึกไม่มีทางลัดจริง ๆ ถ้าเราพูดถึงความยั่งยืน นั่นคือความเห็นของแอนค่ะ

ช่วงที่รู้สึกว่าผิวพังที่สุดเลยคือช่วงไหน ?

แอนชิลี : ช่วงประกวดเหมือนที่หนูเล่าให้ฟังว่านอนน้อย ไม่มีกิจวัตรประจำวันเลย แต่งหน้านางงามแบบเต็มที่ บล็อกตาคือตา ปากคือปาก จมูกคือจมูก ชัดหมดเลย เราเลือกกินไม่ได้ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าผิวมันพังเพราะว่าทุกอย่างในร่างกายเรามันไม่ได้พักผ่อน มันไม่สมดุล ผิวคือไปเลย ทุกอย่างมันมีผลกระทบต่อผิว

ดูแลตัวเองยังไงตอนนั้น ?

แอนชิลี : ดูแลสภาพจิตใจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยมาที่ร่างกาย แล้วก็บำบัด แอนไปเข้ารับการบำบัดมา 3 รอบแล้ว มันต้องกลับมารักตัวเองเวลาทุกอย่างมันพัง แล้วเวลาผิวเราไม่ดีความมั่นใจเราหายไปหมดเลย คือทุกอย่างมันต้องกลับมาจุดที่เรารู้สึกไม่ไหวแล้ว เราต้องมารักตัวเองแล้ว การบำบัดเป็นสิ่งที่ช่วยได้จริง ๆ การห้อมล้อมไปด้วยครอบครัวที่เข้าใจกัน ช่วยได้จริง ๆ นะ แล้วมันค่อย ๆ ดีไปเรื่อย ๆ ทีละก้าวเล็ก ๆ ในทุกวัน ก็รู้สึกว่ามันช่วยเยอะ

มีเทคนิคอะไรที่อยากจะแชร์ไหม เรื่องการออกกำลังกาย การกิน แล้วก็การนอน ?

แอนชิลี : นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง คนที่ชอบกินโปรตีนเสริมแบบนี้ กินไปเถอะมันดี แต่ไม่มีดีกว่าการนอน เพราะว่าร่างกายเราต้องซ่อมแซมแล้วมันซ่อมแซมตอนเรานอน แต่โชคดีว่าเป็นคนที่ชอบกินอะไรที่มีประโยชน์อยู่แล้ว แม่ฝังไว้ตั้งแต่เด็ก แล้วถ้าเราเริ่มกินดีขึ้นมันก็จะมีผลกระทบ จะเห็นได้เลยว่ามือแอนสีเหลือง นี่คือหลักฐานเลยว่าเรากินอะไรมันก็จะออกมา (หัวเราะ)

เทคนิคการดูแลผิวมีเคล็ดลับอะไรไหม ?

แอนชิลี : ต้องหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเราจริง ๆ และแอนเป็นคนที่จะเรื่องมากนิดหนึ่ง เรื่องสิ่งที่จะต้องใช้บนผิว เพราะมันเคยผ่านไปจุดที่ผิวมันพังและไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว แอนจะเลือกสิ่งที่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ดูที่ส่วนผสม และอะไรที่น่าเชื่อถือ แต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ก็ต้องมาโฟกัสนิดหนึ่งเรื่องริ้วรอย

ไม่ค่อยแต่งหน้าและส่วนใหญ่จะเห็นหน้าสด เวลาเจอแฟนคลับแล้วเขาทักอะไรไหม ?

แอนชิลี : ไม่ค่อยนะเพราะว่ามันคือสิ่งที่เราทำอยู่แล้วจนเขาชิน เวลาเรามั่นใจในผิวของเรา ว่าผิวสุขภาพดี มันได้มันชุ่มชื้นหรืออะไรก็ตาม มันก็แค่นั้น แล้วอยากให้เขาเห็นด้วยนะ อยากให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเห็นโลกของความจริงว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต่อให้มีริ้วรอยบนใบหน้า มันก็ยังสวยมากอยู่ดีในแบบของคุณ มันไม่ผิดเลยถ้าอยากจะแก้สิ่งนี้ ทำไปเลย แต่แอนว่ามันสำคัญมากที่จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะถ้าคุณมีคนติดตามเยอะ เมื่อเด็ก ๆ มาดูคุณ คุณอยากให้พวกเขามาเห็นบางสิ่งมากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก และนั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญมากที่แอนทำไป จะลงวีดีโอหน้าเห่ออะไรอย่างนี้ เพราะว่าแอนคิดว่ามันมีผลต่อเด็กที่ดู

Beauty Longevity มีความหมายยังไงกับแอนบ้าง ?

แอนชิลี : การดูแลตัวเอง ภายนอกแล้วกันที่ยั่งยืน ที่สม่ำเสมอและที่มันจะอยู่กับเราได้ตลอด มันไม่ได้ตามเทรนด์ คือหาอะไรที่เวิร์คกับเราจริง ๆ แล้ว แล้วก็ยึดสิ่งนั้นเอาไว้ เพราะอย่างที่แอนบอก ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ

มีอะไรอยากจะฝากถึงน้อง ๆ หรือใครที่อยู่ในวัยนี้ไหม ?

แอนชิลี : ตัวตนของคุณและสิ่งที่คุณมอบให้ มันมากกว่าแค่หน้าตา มากกว่าแค่รูปร่าง และแอนรู้ว่ามันยากแต่เพื่อไม่ให้เราติดกับดักของ Beauty Standards สิ่งที่ทำให้คุณมีเอกลักษณ์จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่อยู่ในตัวคุณ เรียนรู้ที่จะเชื่อในตัวเอง เรียนรู้ที่จะเชื่อในความรู้สึกข้างใน เพราะว่าเวลาทั้งหมดมันจะคอยบอกอะไรบางอย่างกับคุณ และดูแลสุขภาพ มั่นใจในสิ่งที่คุณเป็น ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน แต่สุขภาพมันคือเรื่องที่คุณต้องดูแล อย่าไปฟังเสียงวิจารณ์

 

สามารถติดตาม " Kim’s Mirror " ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot , Youtube : Alive Dot

คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=-Nzrsqo5KyM

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ ของ "แอนชิลี" เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล